ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ข้อมูลทั่วไป
dot
bulletประวัติตำบล
bulletข้อมูลพื้นฐานของตำบล
bulletบรรยายสรุป
bulletโครงสร้างองค์กร
bulletอำนาจหน้าที่ของ อบต.
bulletแผนผังขั้นตอนการให้บริการยื่นคำร้องขององค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน
dot
แผนผังขั้นตอนการปฏิบัติงาน
dot
dot
งานสังคมสงเคราะห์
dot
bulletงานชมรมผู้สูงอายุตำบลตะปอน
bulletขั้นตอนรับขอขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์
dot
แผนการดำเนินงาน
dot
bulletแผนการดำเนินงานปี 2556
bulletแผนการดำเนินงานปี 2557
bulletแผนการดำเนินงานปี 2558
bulletแผนการดำเนินงานปี 2559
bulletแผนการดำเนินงานปี 2560
bulletแผนการดำเนินงานปี 2561
bulletแผนการดำเนินงานปี 2562
dot
การติดตามประเมินผลแผน
dot
bulletการติดตามประเมินผลแผน ปี2554
bulletการติดตามประเมินผลแผน ปี 2556
dot
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
dot
bulletแผนยุทธศาสตร์ฯ (พ.ศ.2554-2558)
bulletแผนยุทธศาสตร์ฯ (พ.ศ.2559-2563)
dot
แผนพัฒนา 3 ปี
dot
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2556-2558)
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2557-2559)
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2558-2560)
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2559-2561)
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2560-2562)
dot
ข้อมูลบริการด้านบุคลากร
dot
bulletแผนอัตรากำลัง 3 ปี
bulletสมาชิกสภา อบต.ตะปอน
bulletคณะผู้บริหาร
dot
งานกิจการสภา อบต.ตะปอน
dot
dot
ข้อมูลบริการ ส่วนการคลัง
dot
bulletการยื่นแบบและชำระภาษีประจำปี
bulletรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
bulletข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
dot
ข้อมูลด้านการบริการ
dot
bulletสำนักงานปลัด
bulletกองช่าง
dot
พนักงานส่วนตำบล
dot
bulletกองคลัง
bulletกองการศึกษา
bulletพันธกิจตามยุทธศาสตร์
bulletกรอบยุทธศาสตร์ และแนวทางพัฒนา
dot
วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล
dot
bulletวิสัยทัศน์
bulletนโยบายของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน
bulletศูนย์รับแจ้งข่าวสารการทุจริต-คอรัปชั่น อบต.ตะปอน
dot
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
dot
bulletศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางราชการ อบต.ตะปอน
bulletแบบสำรวจความพึงพอใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการให้บริการของ อบต.ตะปอน
dot
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
dot
bulletแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริตประจำปี 2561 - 2564
bulletพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537
bulletมาตรการภายในเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
bulletแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี




แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล (Brown Widow)

            แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล (Brown Widow)

            ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ  3 ปีก่อน ภาพแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลที่ถ่ายได้ในบ้านเราปรากฏขึ้นครั้งแรกในกระทู้หนึ่งในเว็บไซต์ siamensis.org นี่เอง เป็นภาพที่พี่นณณ์ ถ่ายได้จากตลาดนัดจตุจักรเพื่อขอข้อมูลยืนยันว่าเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลจริงหรือไม่ ประเด็นในขณะนั้นมุ่งเน้นถึงสถานภาพการเป็นสัตว์ต่างถิ่นซึ่งหลุดรอดออกมาจากการนำเข้าเพื่อเป็นสัตว์เลี้ยงของผู้ค้าบางราย แต่ดูเหมือนเรื่องจะเงียบไปและมีแนวโน้มว่าสามารถควบคุมได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่พวกเราออกค้นหาและเก็บตัวอย่างแมงมุมจากตลาดนัดแห่งนั้นมาอย่างต่อเนื่อง จากการตรวจสอบและปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญแมงมุมกลุ่มนี้ พบว่าแมงมุมต้องสงสัยนั้นเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลจริงๆ

            วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551 พวกเราได้รับตัวอย่างแมงมุมตัวนึงจากเพื่อน ได้ความว่าน้องของเค้าพบมันที่บ้านในอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อตรวจสอบตัวอย่างดังกล่าวพบว่าเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลเจ้าเก่าเหมือนที่เคยพบในกรุงเทพ พวกเราจึงตามไปเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม จากนั้นจึงโพสต์เพื่อเตือนภัยใน siamensis.org นี้ เป็นที่มาให้รายการทีวีรายการหนึ่งติดต่อเข้ามาขอถ่ายทำในเรื่องนี้ จากภาพบางภาพและข้อมูลที่ผิดพลาดบางส่วนที่ถูกเผยแพร่ออกไปทำให้แมงมุมชนิดนี้น่ากลัวเกินความเป็นจริง เป็นการปลุกกระแสแมงมุมให้ตื่นตัวขึ้นและเป็นข่าวออกสื่อมากมาย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังคงเกิดความสับสนเสมอในการระบุตัวแมงมุมว่าใช่หรือไม่ใช่ อันตรายจริงหรือไม่ และพวกมันมาจากไหน พวกเราได้ออกสำรวจและเก็บตัวอย่างรวมทั้งศึกษาแมงมุมชนิดนี้ในหลายแง่มุมเพื่อมาบอกเล่าให้คลายความสงสัยเกี่ยวกับเจ้าแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล มาทำความรู้จักกับแมงมุมชนิดนี้กันค่ะ

แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลหรือ Brown Widow มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Latrodectus geometricus มีการค้นพบครั้งแรกในประเทศโคลัมเบีย ทวีปอเมริกาใต้ จากนั้นได้มีการกระจายกว้างออกไปยังทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปแอฟริกา ทวีปออสเตรเลีย โดยส่วนใหญ่ติดไปกับการขนส่งทางเรือและอากาศ จากนั้นก็มีรายงานพบที่ทวีปเอเชียโดยเริ่มจากประเทศฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่นและอินเดีย กล่าวได้ว่าในปัจจุบันแมงมุมชนิดนี้สามารถพบได้ในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก นักสัตววิทยาจึงจัดแมงมุมชนิดนี้เป็นชนิดที่สามารถพบได้ทั่วโลก(cosmopolitan species)ในประเทศไทยจากการออกเก็บตัวอย่าง รวมถึงการแจ้งข่าวและการส่งตัวอย่างมาให้ตรวจสอบ พบว่าแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลมีรายงานการพบในหลายจังหวัดของประเทศไทย ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี  สมุทรสงคราม ราชบุรี เชียงใหม่ พะเยา แพร่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร ชัยนาท ระยอง จันทบุรี นครราชสีมา และหนองบัวลำภูซึ่งจากการสอบถามชาวบ้านในหลายพื้นที่ ได้ข้อมูลว่าแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลถูกพบอยู่ในพื้นที่มานานแล้วก่อนมีการพบที่ตลาดนัดจตุจักรเสียอีก แต่ชาวบ้านไม่ทราบว่าเป็นแมงมุมชนิดไหน  จากข้อมูลดังกล่าวซึ่งพบแมงมุมชนิดนี้ในเกือบทุกภาคของประเทศ ประกอบกับบันทึกอย่างไม่เป็นทางการของ Professor Konrad Thaler จากมหาวิทยาลัย Innsbruck ซึ่งเข้ามาสำรวจแมงมุมในประเทศไทยได้บันทึกการพบแมงมุมที่ระบุว่าเป็น brown widow ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1980  ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แสดงให้เห็นว่าแมงมุมชนิดนี้อาจกระจายเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลานานแล้วเพียงแต่ยังไม่มีใครพบเห็นหรือสนใจ จึงแทบไม่มีข้อมูลของแมงมุมชนิดนี้เลยก่อนหน้านี้

            แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลจัดอยู่ในวงศ์ Theridiidae เรียกง่ายๆว่ากลุ่มแมงมุมขาหวี (comb-footed spiders)  เนื่องจากแมงมุมในกลุ่มนี้มีขนลักษณะพิเศษคล้ายตะขอเรียงเหมือนซี่หวีอยู่บนขาปล้องสุดท้าย (tarsus) ของขาคู่ที่ 4 ใช้ในการสาวใยพันเหยื่อก่อนกินเป็นอาหาร ชื่อสกุลLatrodectus มาจากรากศัพท์ภาษาละติน 2 คำให้ความหมายว่า “หัวขโมยนักกัด”เนื่องจากพฤติกรรมการล่าเหยื่อของแมงมุมชนิดนี้จะสร้างใยรูปทรง 3 มิติ ลักษณะพิเศษโดยมีใยดักเหยื่อเชื่อมจากรังนอนซึ่งมักทำอยู่ใต้วัตถุที่อยู่ไม่สูงจากพื้นแล้วนำมาเชื่อมติดกับพื้น เป็นเส้นใยเส้นเดียวเรียงราย ที่ปลายใยดักเหยื่อมีหยดกาวเหนียวติดอยู่ เมื่อแมลงหรือสัตว์ขนาดเล็กวิ่งมาชนหยดกาว ใยที่เชื่อมกับพื้นจะขาดออก ทำให้ตัวเหยื่อถูกดึงขึ้นไปแขวนกลางอากาศ แรงสั่นสะเทือนจากการดิ้นรนของเหยื่อถูกส่งไปตามใยดักเหยื่อถึงรังนอนด้านบน เมื่อแมงมุมได้รับสัญญาณจะรีบไต่ลงมาแล้วใช้ขาคู่สุดท้ายสาวใยพันเหยื่อและลากกลับขึ้นไปยังรังนอนอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงกัดปล่อยพิษเข้าสู่ตัวเหยื่อเพื่อให้เป็นอัมพาต คล้ายพฤติกรรมของโจรที่ปล้นชิงทรัพย์นั่นเอง ส่วนที่มาของชื่อแมงมุมแม่หม้ายมาจากพฤติกรรมเช่นเดียวกัน โดยส่วนใหญ่แมงมุมเพศเมียจะกินแมงมุมเพศผู้หลังการผสมพันธุ์เสร็จสิ้น ในธรรมชาติเราจึงพบแมงมุมเพศเมียอยู่โดดเดี่ยวไร้คู่เหมือนชีวิตของแม่หม้ายนั่นเอง

มารู้จักลักษณะสำคัญของแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลกันค่ะ

            แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลเป็นแมงมุมขนาดกลางเพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้4-6 เท่า ส่วนท้อง (abdomen) ของเพศเมียกลมป่องใหญ่กว่าส่วนหัว (cephalothorax) อย่างชัดเจน เพศผู้จะมีขนาดเล็ก ส่วนหัวและท้องมีขนาดใกล้เคียงกัน ในธรรมชาติเพศเมียมีความหลากหลายของสีสัน ตั้งแต่โทนสีขาวสว่างไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม ลวดลายด้านบนของส่วนท้องมักไม่แปรผัน โดยบริเวณกลางหลังจะมีจุดสีแดงหรือส้มล้อมรอบด้วยสีขาวทรงเลขาคณิตเรียงต่อกันเป็นแถว เชื่อมต่อด้วยแถบสีเดียวกันพาดไปทางด้านท้ายลำตัว สองข้างของแนวกลางตัวจะมีจุดสีดำ ข้างละ 4 จุด เรียงต่อกันเห็นชัดในแมงมุมที่ตัวเล็ก ส่วนแมงมุมที่มีอายุมากจะเห็นชัดเพียงข้างละ 3 จุด ด้านใต้ท้องเป็นตำแหน่งที่พบแถบสีคล้ายรูปนาฬิกาทรายสีส้มสดอยู่ ถ้าเห็นแถบสีนี้ท่านก็สามารถฟันธงได้ว่าแมงมุมที่เห็นเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลเพราะแถบสีรูปนาฬิกาทรายนี้เป็นลักษณะเด่นที่พบในแมงมุมชนิดนี้และสังเกตได้ง่าย แมงมุมเพศผู้มีลวดลายคล้ายเพศเมีย แต่ส่วนหัวมีสีดำเข้มและมีอวัยวะที่ใช้ในการสืบพันธุ์คล้ายนวมอยู่ด้านหน้า 1 คู่ ขาของทั้งสองเพศมีสีน้ำตาลตามข้อต่อเป็นสีดำ แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลหลังผสมพันธุ์จะใช้เวลา 7-10 วันในการสร้างถุงไข่ (อาจจะนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของอาหารเพราะแมงมุมเพศเมียสามารถเก็บน้ำเชื้อของเพศผู้ได้เป็นเวลานาน) ลักษณะของถุงไข่สามารถช่วยในการยืนยันว่าเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลได้ คือมีรูปทรงกลม สีครีม ผิวมีลักษณะเป็นหนามคล้ายทุ่นระเบิดซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของแมงมุมชนิดนี้ โดยมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.5-1.2 เซนติเมตรขึ้นกับขนาดตัวและความสมบูรณ์ของแม่แมงมุม ภายในถุงมีไข่จำนวน 30-90 ฟอง แมงมุมเพศเมียสามารถสร้างถุงไข่ได้ 20-22 ครั้ง จากการผสมพันธุ์เพียงครั้งเดียว หลังจากวางไข่ประมาณ 16-26 วัน ลูกแมงมุมก็เจาะออกจากถุงไข่ แรกเกิดมีความยาวตัวเพียง 1 มิลลิเมตรช่วงสัปดาห์แรกจะยังไม่กินอาหาร หลังจากนั้นลูกแมงมุมจะเริ่มกินกันเอง ลูกแมงมุมเพศเมียมีการลอกคราบ 8 ครั้งและ4 ครั้ง ในเพศผู้เพื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

มารู้จักพิษของแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล

            พิษของแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Latrotoxin ซึ่งจัดเป็นพิษที่มีผลหลักต่อระบบประสาท (neurotoxin) โดยพิษจะทำให้เกิดช่องว่างบริเวณปลายเซลล์ประสาท ส่งผลให้แคลเซียมไอออน (Ca2+) ไหลเข้าสู่ปลายเซลล์ประสาทซึ่งเป็นกลไกให้เกิดการปล่อยสารสื่อประสาท (neurotransmitter) ตลอดเวลา ทำให้เกิดการส่งกระแสประสาทอย่างต่อเนื่องและมากกว่าปกติ ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกร็งจนเป็นอัมพาต ซึ่งสาเหตุการเสียชีวิตจะเกิดจากกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงาน นอกจากนี้พิษของแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลยังมีองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการทำลายเนื้อเยื่อรอบแผลทำให้เกิดความเจ็บปวดและแผลจะหายช้า แต่ยังไม่เคยมีรายงานการเสียชีวิตจากการโดนแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลกัดเลย แม้ว่าจะมีการศึกษาพบว่าพิษของแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลนั้นรุนแรงกว่าแมงมุมแม่หม้ายดำ (Latrodectus mactans) ที่พบในอเมริกา 2 เท่าตัว เมื่อเทียบพิษในปริมาณที่เท่ากันก็ตามที เพราะมีหลายปัจจัยที่อยากนำมาบอกกล่าวให้ทราบว่าแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลนั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ประการแรกคือ มีเฉพาะแมงมุมเพศเมียเต็มวัยเท่านั้นที่สามารถกัดผ่านผิวหนังมนุษย์ได้ ส่วนแมงมุมเพศผู้และแมงมุมที่ยังไม่เต็มวัยมีเขี้ยวที่เล็กและสั้นจนไม่สามารถกัดผ่านผิวหนังของคนได้ ประการที่สองคือแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลจะปล่อยพิษในการกัดแต่ละครั้งน้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างความเจ็บปวดในบริเวณที่โดนกัดเท่านั้นหรือหากเป็นการโดนกัดอย่างจังก็อาจทำให้ปวดทั่วทั้งอวัยวะได้ ประการสุดท้ายคือ แมงมุมชนิดนี้ไม่มีนิสัยก้าวร้าว เมื่อถูกรบกวนจะวิ่งหนีเข้าหาซอกที่กำบังในรังนอนของมันหรือทิ้งตัวลงไปแกล้งตายที่พื้น ทำให้แมงมุมชนิดนี้มีโอกาสกัดคนน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ที่ถูกกัดเกิดจากไปสัมผัสหรือกดทับตัวแมงมุมให้ได้รับบาดเจ็บจึงถูกกัด ซึ่งพิษอาจมีผลรุนแรงกับเด็กหรือผู้ที่เป็นโรคหัวใจรวมถึงผู้ที่แพ้พิษเท่านั้น พวกเราได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ที่โดนแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลกัด 2 ท่าน ซึ่งเป็นผู้หญิงทั้งคู่ โดยทั้งคู่ได้นำตัวอย่างแมงมุมที่กัดมาให้ตรวจสอบและพบว่าเป็นแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล อาการที่พบมีเพียงความเจ็บปวดบริเวณที่ถูกกัดคล้ายถูกผึ้งต่อยและแผลใช้เวลานาน 1-3 เดือน จึงหายและมีร่องรอยแผลเป็นทิ้งไว้ดูต่างหน้าเท่านั้นค่ะ

            รู้จักวิธีป้องกันแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาล

            ถึงบทความด้านบนอาจกล่าวในทำนองว่าโอกาสที่แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลกัดนั้นมีน้อย แต่การป้องกันเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าหากในบ้านเรามีเด็ก คนสูงอายุ หรือคนป่วยอยู่ก็ควรมีการป้องกันหรือการกำจัดไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย วิธีการแรกคือ การกำจัดแหล่งที่อยู่อาศัย ที่ๆแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลชอบคือใต้วัสดุอย่างเช่น ตู้ โต๊ะ เก้าอี้ ชั้นว่างของต่างๆ กล่องกระดาษ หรืออะไรก็ตามที่ไม่ได้เคลื่อนย้ายเป็นเวลานาน และสูงจากพื้นไม่มากนัก อย่างใต้ท้องรถที่จอดทิ้งไว้นานๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะถูกแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลยึดไปครอบครองได้ ดังนั้นเราควรหมั่นทำความสะอาดใต้ตู้ ใต้โต๊ะเสมอ หรือชั้นวางของที่ทิ้งร้างมานานก็ควรเคลื่อนย้ายไปไว้นอกบริเวณที่คนอาศัย วิธีที่สองคือ การกำจัดแหล่งอาหาร ข้อนี้ดูเหมือนจะทำได้ยาก เนื่องจากบ้านเราเป็นประเทศเขตร้อน แมลงและสัตว์ต่างๆ มีความหลากหลายและมีจำนวนมาก ถ้าไม่อยากให้ภายในบ้านมีแมงมุมหลากหลายชนิดทำโดยหมั่นกำจัดแมลงต่างๆอย่างสม่ำเสมอ แต่ข้อนี้ไม่ค่อยสนับสนุนค่ะ เนื่องจากการกำจัดแมลงตามบ้านมักใช้สารเคมีในการกำจัด   ทางที่ดีคือควรดูแลรักษาความสะอาดบ้านและบริเวณรอบๆบ้านอย่างสม่ำเสมอน่าจะดีกว่า นอกจากนั้นแล้วแมงมุมขายาวที่อาศัยอยู่ตามบ้านก็มีส่วนช่วยในการควบคุมหรือลดจำนวนแมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลได้

            ถึงจะเป็นแมงมุมที่ใครต่อใครกล่าวถึงแต่ความรุนแรงของพิษ แต่แมงมุมแม่หม้ายสีน้ำตาลก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเหมือนกับแมงมุมหลายๆ ชนิด มีประโยชน์ในการควบคุมปริมาณแมลง ดังนั้นการป้องกันเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำให้ทั้งคนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้ค่ะ




สาระความรู้

ไวรัสซิกา ไข้ซิกา โรคติดต่อที่ไร้วัคซีนป้องกัน ภัยเงียบจากยุงลาย
เบอร์สายด่วน สำหรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน article
รับมือน้ำท่วม! การเตรียมตัวก่อนน้ำมาถึงพื้นที่ article
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย article
ท้องไม่พร้อม VS เอชไอวี/เอดส์ article
เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน article
อาหารหลัก 5 หมู่ แต่ละหมู่มีอะไรสำคัญอย่างไร?
นโยบาย (จ) แก้จราจร '5 จริง' '5 จอม'
โรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา-มาร์บูร์ก (EBOLA-MARBURG VIRAL DISEASES)
อาการไข้เลือดออก ไข้เลือดออก การรักษาไข้เลือดออกและป้องกัน
ภูมิปัญญาชาวบ้านกับเคล็ดลับการแก้ปัญหาชีวิตประจำวัน
กินกันทุกวัน ...รู้ยัง? ดื่ม ′น้ำผลไม้′ ให้ประโยชน์มากแค่ไหน ?
′พ่อ-แม่′คลิกซะ เคล็ดลับป้องกันโรคติดเกม
น้ำดื่มที่ควรหลีกไกล



องค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน หมู่ที่ 5 ถนนสายขลุง - พลิ้ว ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี 22110 โทร.0 3942 6017 โทรสาร.0 3942 6018 email : abt.tapon@hotmail.com