ReadyPlanet.com
dot
dot
dot
dot
dot
bulletประวัติตำบล
bulletข้อมูลสภาพทั่วไป
bulletโครงสร้างองค์กร
bulletตราสัญลักษณ์
bulletอำนาจหน้าที่ของ อบต.
dot
dot
bulletคณะผู้บริหาร
bulletสมาชิกสภา
bulletสำนักงานปลัด
bulletกองคลัง
bulletกองช่าง
bulletกองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
dot
dot
bulletแผนพัฒนาท้องถิ่น
bulletแผนการดำเนินงานประจำปี
bulletแผนการจัดหาพัสดุ
bulletแผนอัตรากำลัง
bulletแผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
dot
dot
dot
dot
bulletปีงบประมาณ 2561
bulletพันธกิจตามยุทธศาสตร์
bulletกรอบยุทธศาสตร์ และแนวทางพัฒนา
dot
วิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาตำบล
dot
dot
ข้อมูลทั่วไป
dot
bulletประวัติตำบล
bulletวิสัยทัศน์
dot
แผนพัฒนา 3 ปี
dot
bulletศูนย์รับแจ้งข่าวสารการทุจริต-คอรัปชั่น อบต.ตะปอน
dot
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางราชการ
dot
bulletศูนย์ข้อมูลข่าวสารทางราชการ อบต.ตะปอน
bulletแบบสำรวจความพึงพอใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการให้บริการของ อบต.ตะปอน
bulletแผนผังขั้นตอนการให้บริการยื่นคำร้องขององค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน
bulletบรรยายสรุป
dot
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
dot
bulletแผนยุทธศาสตร์ฯ (พ.ศ.2554-2558)
dot
แผนการดำเนินงาน
dot
dot
ข้อมูลด้านการบริการ
dot
dot
ข้อมูลบริการ ส่วนการคลัง
dot
dot
ข้อมูลบริการด้านบุคลากร
dot
bulletการยื่นแบบและชำระภาษีประจำปี
bulletรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
bulletแผนอัตรากำลัง 3 ปี
dot
การติดตามประเมินผลแผน
dot
bulletการติดตามประเมินผลแผน ปี2554
bulletแผนการดำเนินงานปี 2556
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2556-2558)
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2557-2559)
dot
งานกิจการสภา อบต.ตะปอน
dot
bulletการติดตามประเมินผลแผน ปี 2556
bulletแผนการดำเนินงานปี 2557
dot
งานสังคมสงเคราะห์
dot
bulletงานชมรมผู้สูงอายุตำบลตะปอน
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2558-2560)
bulletแผนยุทธศาสตร์ฯ (พ.ศ.2559-2563)
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2559-2561)
dot
แผนผังขั้นตอนการปฏิบัติงาน
dot
bulletขั้นตอนรับขอขึ้นทะเบียนรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยเอดส์
bulletนโยบายของคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน
bulletกองการศึกษา
bulletแผนการดำเนินงานปี 2558
bulletแผนการดำเนินงานปี 2559
bulletแผนพัฒนา 3 ปี (2560-2562)
bulletแผนการดำเนินงานปี 2560
bulletโครงสร้างองค์กร
bulletแผนการดำเนินงานปี 2561
bulletข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
dot
แผนปฏิบัติการป้องกันการทุจริต
dot
bulletพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537
bulletมาตรการภายในเพื่อส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
bulletแผนการดำเนินงานปี 2562
bulletแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี




เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน

 

เตรียมความพร้อมสู่อาเซียน อบต.ตะปอน

            ประวัติการก่อตั้งอาเซียน

อาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East AsianNations

หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) ซึ่งได้มีการลงนามที่วังสราญรมย์ เมื่อวันที่ 8

สิงหาคม พ.ศ. 2510 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสมาชิกก่อตั้ง 5 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย

ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ และ ไทย ซึ่งผู้แทนทั้ง 5 ประเทศ ประกอบด้วย

- นายอาดัม มาลิก (รัฐมนตรีต่างประเทศอินโดนีเซีย)

- นายตุน อับดุล ราชัก บิน ฮุสเซน (รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีกลาโหมและรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาการ

แห่งชาติมาเลเซีย)

- นายนาซิโซ รามอส (รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์)

- นายเอส ราชารัตนัม (รัฐมนตรีต่างประเทศสิงค์โปร์)

- พันเอก (พิเศษ) ถนัด คอมันตร์ (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย)

ทั้งนี้ ในเวลาต่อมาได้มีประเทศต่าง ๆ เข้าเป็นสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม (เป็นสมาชิกเมื่อ 8

มกราคม พ .ศ.2527) เวียดนาม (เป็นสมาชิกเมื่อ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2538) ประเทศลาว, ประเทศพม่า (เป็น

สมาชิกเมื่อ 23 กรกฎาคม พ.ศ .2540) และประเทศกัมพูชา (เป็นสมาชิกเมื่อ 30 เมษายน พ.ศ. 2542) ทั้งนี้ ใน

ปัจจุบันมีสมาชิกอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศ

วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งอาเซียน

วัตถุประสงค์ของการก่อตั้งอาเซียน คือ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ธารงไว้

ซึ่ง สันติภาพเสถียรภาพ และความมั่นคงทางการเมือง สร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาทาง

สังคม และ วัฒนธรรมการกินดีอยู่ดีของประชาชนบนพื้นฐานของความเสมอภาคและผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศ

สมาชิก โดยแบ่งออก เป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้

1. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม เทคโนโลยี

วิทยาศาสตร์ และการบริหาร

2. เพื่อส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค

3. เพื่อเสริมสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในภูมิภาค

4. เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนในอาเซียนมีความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดี

5. เพื่อให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในรูปแบบของการฝึกอบรมและการวิจัยและส่งเสริมการศึกษาด้านเอเชีย

ตะวันออกเฉียงใต้

เตรียมความพร้อมสู่อาเซียน อบต.ตะปอน

6. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเกษตรและอุตสาหกรรม การขยายการค้า ตลอดจนปรับปรุงการขนส่งและการคมนาคม 7. เพื่อส่งเสริมความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ

 

1.ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม (Brunei Darussalam)

เมืองหลวง : บันดาร์ เสรี เบกาวัน ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 66%, จีน11%,อื่นๆ 23% นับถือศาสนา : อิสลาม 67%, พุทธ 13%, คริสต์ 10% ระบบการปกครอง : ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จุดแข็ง – การเมืองค่อนข้างมั่นคง – รายได้เฉลี่ยต่อคนเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน อันดับ 26 ของโลก – ผู้ส่งออกและมีปริมาณสารองน้ามันอันดับ 4 ในอาเซียน ข้อควรรู้ – ประชาชนของประเทศในกลุ่มอาเซียนสามารถทาวีซ่าที่ ตม.ที่ประเทศบรูไนฯ สามารถอยู่ได้นาน 2 สัปดาห์ – ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีเหลือง เพราะถือเป็นสีของพระมหากษัตริย์ – การทักทายจะจับมือกันเบาๆ และสตรีจะไม่ยื่นมือให้บุรุษจับ – การใช้นิ้วชี้ไปที่คนหรือสิ่งของถือว่าไม่สุภาพ แต่จะใช้หัวแม่มือชี้แทน – จะไม่ใช้มือซ้ายในการส่งของให้ผู้อื่น – สตรีเวลานั่งจะไม่ให้เท้าชี้ไปทางผู้ชายและไม่ส่งเสียงหรือหัวเราะดัง – วันหยุดคือวันศุกร์และวันอาทิตย์, วันศุกร์ 12.00-14.00 น.ทุกร้านจะปิด – จัดงานเย็นต้องจัดหลัง 2 ทุ่ม

 

2.ประเทศกัมพูชา (Cambodia)

เมืองหลวง : กรุงพนมเปญ ภาษา : ภาษาเขมร เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษ, ฝรั่งเศส, เวียดนามและจีน ประชากร : ประกอบด้วย ชาวเขมร 94%, จีน 4%,อื่นๆ 2% นับถือศาสนา : พุทธ(เถรวาท) เป็นหลัก ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ จุดแข็ง – ค่าจ้างแรงงานต่าที่สุดในอาเซียน – มีทรัพยากรธรรมชาติหลากหลายและสมบูรณ์ ข้อควรรู้ – ผู้ที่เดินทางเข้ากัมพูชา และประสงค์จะอยู่ทาธุรกิจเป็นระยะเวลาเกิน 3 เดือน ควรฉีดยาป้องกันโรคไทฟอยด์ และไวรัสเอและบี – เพื่อนผู้ชายจับมือกัน ถือเป็นเรื่องปกติ – ผู้หญิงห้ามแต่งตัวเซ็กซี่, ผู้ชายไว้ผมยาวจะมีภาพลักษณ์ นักเลง – ห้ามจับศีรษะ คนกัมพูชาถือว่าเป็นส่วนสาคัญที่สุดของร่างกาย – สบตามากเกินไป ถือว่าไม่ให้เกียรติ

 

3.ประเทศอินโดนีเซีย (Indonesia)

เมืองหลวง : จาการ์ตา ภาษา : ภาษาอินโดนีเซีย เป็นภาษาราชการ ประชากร : ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลายกลุ่ม มีภาษามากกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา นับถือศาสนา : อิสลาม 87%, คริสต์ 10% ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยที่มีประธานาธิปดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร จุดแข็ง – มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – มีจานวนประชากรมากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อควรรู้ – ไม่ควรใช้มือซ้ายในการรับ-ส่งของ คนมุสลิมอินโดนีเซียถือว่ามือซ้ายไม่สุภาพ – นิยมใช้มือกินข้าว – ไม่ควรชี้นิ้วด้วยนิ้วชี้ แต่ใช้นิ้วโป้งแทน – ไม่จับศีรษะคนอินโดนีเซียรวมทั้งการลูบศีรษะเด็ก – การครอบครองยาเสพติด อาวุธ หนังสือรูปภาพอนาจาร มีบทลงโทษหนัก อาทิ การนาเข้าและครอบครองยาเสพติดมีโทษถึงประหารชีวิต – บทลงโทษรุนแรงเกี่ยวกับการค้าและส่งออกพืชและสัตว์กว่า 200 ชนิด จึงควรตรวจสอบก่อนซื้อหรือนาพืชและสัตว์ออกนอกประเทศ – มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีมิเตอร์ – งานศพใส่ชุดสีอะไรก็ได้

 

4.ประเทศลาว (Laos)

เมืองหลวง : นครหลวงเวียงจันทร์ ภาษา : ภาษาลาว เป็นภาษาราชการ ประชากร : ประกอบด้วย ชาวลาวลุ่ม 68%, ลาวเทิง 22%, ลาวสูง 9% รวมประมาณ 68 ชนเผ่า นับถือศาสนา : 75% นับถือพุทธ, นับถือผี 16% ระบบการปกครอง : สังคมนิยมคอมมิวนิสต์ (ทางการลาวใช้คาว่า ระบบประชาธิปไตยประชาชน) จุดแข็ง – ค่าจ้างแรงงานต่าอันดับ 2 ในอาเซียน – การเมืองมีเสถียรภาพ ข้อควรรู้ – ลาว มีตัวอักษรคล้ายของไทย ทาให้คนไทยอ่านหนังสือลาวได้ไม่ยากนัก ส่วนคนลาวอ่านหนังสือไทยได้คล่องมาก – ลาวขับรถทางขวา – ติดต่อราชการต้องนุ่งซิ่น – เดินผ่านผู้ใหญ่ ต้องก้มหัว – ถ้าเพื่อนคนลาวเชิญไปพักที่บ้านห้ามให้เงิน – อย่าซื้อน้าหอมให้กัน – ที่ถูกต้องคนลาวที่ให้พัก ต้องแจ้งผู้ใหญ่บ้าน – เข้าบ้านต้องถอดรองเท้า และถ้าเขาเสิร์ฟน้าต้องดื่ม 5.ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) เมืองหลวง : กรุงกัวลาลัมเปอร์ ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็นอังกฤษและจีน ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์เนียว 10% นับถือศาสนา : อิสลาม 60%, พุทธ 19%, คริสต์ 11% ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา จุดแข็ง – มีปริมาณสารองน้ามันมากเป็นอันดับ 3 ในเอเชียแปซิฟิค – มีปริาณก๊าซธรรมชาติมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิค

ข้อควรรู้ – ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามจะได้รับสิทธิพิเศษ คือ เงินอุดหนุนทางด้านการศึกษา สาธารณสุข การคลอดบุตรงานแต่งงานและงานศพ – มาเลเซียมีปัญหาประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ในมาเลเซียประกอบด้วยชาวมาเลย์ กว่าร้อยละ 40 ที่เหลืออีกกว่าร้อยละ 33 เป็นชาวจีนร้อยละ10 เป็นชาวอินเดีย และ อีกร้อยละ 10 เป็นชนพื้นเมืองบนเกาะบอร์เนียว – ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวในการรับประทานอาหาร และรับส่งของ – เครื่องดื่มแอลกฮอล์เป็นเรื่องต้องห้าม

 

6.ประเทศเมียนมาร์ หรือพม่า

(Myanmar) เมืองหลวง : เนปีดอ (Naypyidaw) ภาษา : ภาษาพม่า เป็นภาษาราชการ ประชากร : ประกอบด้วยเผ่าพันธุ์ 135 มี 8 เชื้อชาติหลักๆ 8 กลุ่ม คือ พม่า 68%, ไทยใหญ่ 8%, กระเหรี่ยง 7%, ยะไข่ 4% จีน 3% มอญ 2% อินเดีย 2% นับถือศาสนา : นับถือพุทธ 90%, คริสต์ 5% อิสลาม 3.8% ระบบการปกครอง : เผด็จการทางทหาร ปกครองโดยรัฐบาลทหารภายใต้สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ จุดแข็ง – มีพรมแดนเชื่อมต่อกับจีน และอินเดีย – ค่าจ้างแรงงานต่าเป็นอันดับ 3 ในอาเซียน – มีปริมาณก๊าซธรรมชาติเป็นจานวนมาก ข้อควรรู้ – ไม่ควรพูดเรื่องการเมือง กับคนไม่คุ้นเคย – เข้าวัดต้องถอดรองเท้า ถุงเท้า – ห้ามเหยียบเงาพระสงฆ์ – ให้นามบัตรต้องยื่นให้สองมือ – ไม่ควรใส่กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น ในสถานที่สาธารณะและศาสนสถาน – ผู้หญิงชอบทาทะนาคา (ผู้ชายก็ทาด้วย) ผู้ชายชอบเคี้ยวหมาก


7.ประเทศฟิลิปปินส์ (Philippines)

เมืองหลวง : กรุงมะนิลา ภาษา : ภาษาฟิลิปิโน และภาษาอังกฤษ เป็นภาษาราชการ รองลงมาเป็น สเปน, จีนฮกเกี้ยน, จีนแต้จิ๋ว ฟิลิปปินส์ มีภาษาประจาชาติคือ ภาษาตากาล็อก ประชากร : ประกอบด้วย มาเลย์ 40%, จีน33%, อินเดีย 10%, ชนพื้นเมืองเกาะบอร์เนียว 10% นับถือศาสนา : คริสต์โรมันคาทอลิก 83% คริสต์นิกายโปรเตสแตนต์, อิสลาม 5% ระบบการปกครอง : ประชาธิปไตยแบบประธานาธิปดีเป็นประมุขและหัวหน้าฝ่ายบริหาร จุดแข็ง – แรงงานทั่วไป ก็มีความรู้สื่อสารภาษาอังกฤษได้ ข้อควรรู้ – การเข้าไปประกอบธุรกิจในฟิลิปปินส์ในลักษณะต่างๆ เช่น การลงทุนร่วมกับฝ่ายฟิลิปปินส์จาเป็นต้องมีการศึกษาข้อมูลให้ละเอียด โดยเฉพาะในด้านกฎหมาย การจดทะเบียนภาษี และปัญหาทางด้านแรงงาน เป็นต้น – เท้าสะเอว หมายถึง ท้าทาย, เลิกคิ้ว หมายถึง ทักทาย – ใช้ปากชี้ของ – กินข้าวบ้านเพื่อนสามารถห่อกลับได้ แต่ควรมีของฝากให้เขาด้วย – ตกแต่งบ้าน 2 เดือน ต้อนรับคริสต์มาส

 

8.ประเทศสิงคโปร์ (Singapore)

เมืองหลวง : สิงคโปร์ ภาษา : ภาษามาเลย์ เป็นภาษาราชการ รองลงมาคือจีนกลาง ส่งเสริมให้พูดได้ 2 ภาษาคือ จีนกลาง และให้ใช้อังกฤษ เพื่อติดต่องานและชีวิตประจาวัน ประชากร : ประกอบด้วยชาวจีน 76.5%, มาเลย์ 13.8%, อินเดีย 8.1% นับถือศาสนา : พุทธ 42.5%, อิสลาม 14.9%, คริสต์ 14.5%, ฮินดู 4%, ไม่นับถือศาสนา 25% ระบบการปกครอง : สาธารณรัฐ (ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา มีสภาเดียว) โดยมีประธานาธิปดีเป็นประมุข และนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร จุดแข็ง – รายได้เฉลี่ยต่อคน เป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอันดับ 15 ของโลก – แรงงานมีทักษะสูง ข้อควรรู้ – หน่วยราชการเปิดทาการวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 น.-13.00 น. และ 14.00 น. – 16.30 น. และวันเสาร์ เปิดทาการระหว่างเวลา 08.00 น. – 13.00 น. – การหลบหนีเข้าสิงคโปร์และประกอบอาชีพเร่ขายบริการผิดกฎหมาย จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง – การลักลอบนายาเสพติด อาวุธปืนและสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ จะได้รับโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิต – ขึ้นบันไดเลื่อนให้ชิดซ้าย – ห้ามทิ้งขยะเรี่ยราด, ห้ามเก็บผลไม้ในที่สาธารณะ – ผู้สูงอายุทางาน ถือเป็นเรื่องปกติ

 

9.ประเทศเวียดนาม (Vietnam)

เมืองหลวง : กรุงฮานอย ภาษา : ภาษาเวียดนาม เป็นภาษาราชการ ประชากร : ประกอบด้วยชาวเวียด 80%, เขมร 10% นับถือศาสนา : พุทธนิกายมหายาน 70%, คริสต์ 15% ระบบการปกครอง : ระบบสังคมนิยม โดยพรรคคอมมิวนิสต์เป็นพรรคการเมืองเดียว จุดแข็ง – มีปริมาณสารองน้ามันดิบมากเป็นอันดับ 2 ในเอเชียแปซิฟิค ข้อควรรู้ – หน่วยงานราชการ สานักงาน และองค์กรให้บริการสาธารณสุข เปิดทาการระหว่างเวลา 08.00 น. – 16.30 น. ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ – เวียดนามไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพอาคารที่ทาการต่างๆ ของรัฐ – คดียาเสพติดการฉ้อโกงหน่วยงานของรัฐมีโทษประหารชีวิต – ตีกลองแทนออดเข้าเรียน – ชุดนักเรียนหญิงเป็นชุดอ่าวหญ่าย – คนภาคเหนือไม่ทานน้าแข็ง – ไม่ถ่ายรูป 3 คนอย่างเด็ดขาด เพราะถือว่าจะทาให้เบื่อกัน หรือแแยกกันหรือใครคนใดเสียชีวิต – ต้องเชิญผู้ใหญ่ก่อนทานข้าว

  

10.ประเทศไทย (Thailand)

เมืองหลวง : กรุงเทพมหานคร ภาษา : ภาษาไทย เป็นภาษาราชการ ประชากร : ประกอบด้วยชาวไทยเป็นส่วนใหญ่ นับถือศาสนา : พุทธนิกายเถรวาท 95%, อิสลาม 4% ระบบการปกครอง : ระบบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จุดแข็ง – เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงคมนาคมด้านต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน – มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียง ข้อควรรู้ – ไปศาสนสถานควรแต่งกายเรียบร้อย, ก่อนเข้าอุโบสถต้องถอดรองเท้า – ห้ามพระสงฆ์สัมผัสสตรี – สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นที่เคารพสัการะ การละเมิดใดๆ ถือเป็นความผิดตามรัฐธรรมนูญ – ทักทายกันด้วยการไหว้ – ถือว่าเท้าเป็นของต่า ไม่ควรพาดบนโต๊ะ หรือเก้าอี้ หรือหันทิศทางไปที่ใคร – ธงชาติถือเป็นของสูง ไม่ควรนามากระทาการใดๆที่เป็นการเหยียดหยาม – การแสดงออกทางเพศในที่สาธารณะ ยังไม่ได้รับการยอมรับในวัฒนธรรมไทย

 




ประชาสัมพันธ์ กิจกรรม

แผ่นประชาสัมพันธ์การใช้น้ำอย่างประหยัด article
เจตจำนงสุจริตของผู้บริหาร 2561
อบต.ตะปอน : ประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินการด้านส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ปี 2561
บันทึกการประชุมโครงการรณรงค์และบริหารจัดการการคัดแยกขยะมูลฝอยในชุมชนจังหวัดจันทบุรี 2560
ขอเชิญสมัครอาสาท้องถิ่นรักษ์โลก article
บันทึกการการรับฟังความคิดเห็นการให้บริการการเก็บขยะในฤดูกาลผลไม้ ประจำปีงบประมาณพ. ศ. 2559 article
7 สิงหา ไปลงประชามติ ร่างรัฐธรรมนูญ article
(ภาพกิจกรรม) ปลูกต้นไม้ ในโครงการ "รักน้ำ รักป่า รักษาแผ่นดิน" ปี 2559 article
โครงการอำเภอ..ยิ้ม เคลื่อนที่ 2559 article
รับสมัคร ทีมแข่งชักเย่อเกวียนพระบาทผ้า ปี 2559 article
สื่อสิ่งพิมพ์สื่อรณรงค์ประหยัดน้ำ ปภ. article
พิธีถวายดอกไม้จันทน์ เพื่อแสดงความไว้อาลัยถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช article
(ถาพกิจกรรม) งานเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2558 article
พมจ.จันทบุรี ร่วมกับ อบต.ตะปอน ดำเนินงานโครงการซ่อมบ้านผู้สูงอายุในชุมชนตำบลตะปอน article
(ภาพกิจกรรม) พิธีวางพวงมาลาสักการะ เนื่องในวันปิยมหาราช พ.ศ.2558 article
(ภาพกิจกรรม)โครงการทำบุญเยี่ยมวัด ประจำปี 2558 article
โครงการทำบุญเยี่ยมวัด ประจำปี 2558 article
โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 article
พิธีมอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติสภาวัฒนธรรมดีเด่น ประจำปี 2558 article
(ภาพ)โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมไม้ไผ่(ถนนชลประทาน 1,2,3) article
(ภาพกิจกรรม)โครงการอำเภอ..ยิ้ม เคลื่อนที่ article
โครงการอำเภอ..ยิ้ม เคลื่อนที่ article
ภาพกิจกรรมหล่อเทียน ปี 2558 article
Bike for Mom “ปั่นเพื่อแม่” article
ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ตามนโยบายของ คสช. article
ขอเชิญร่วมบริจาควัสดุอลูมิเนียมที่ใช้แล้ว article
งานประเพณีแห่รอยพระพุทธบาทผ้าและชักเย่อเกวียนพระบาท article
กำหนดการ จัดงานสืบสานงานประเพณีแห่รอยพระพุทธบาทผ้าและชักเย่อเกวียนพระบาท ประจำปี 2558 article
ขอแสดงความยินดี อปท.ดีเด่นด้านวัฒนธรรม ปี 2557
ข้อมูลองค์การบริหารส่วนตำบลตะปอนปี 2558
คูปองดิจิตอลทีวีคืออะไร
ตารางการจัดประชาคมหมู่บ้าน ปี 2557 article
ขอเชิญร่วมสร้างสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเมตตา
กิจกรรมการจัดเวทีเสวนาการแสดงความคิดเห็นในความต้องการปฏิรูป
ประกาศรางวัลกิจกรรมประกวดคำขวัญ/คำคม สร้างกระแสความสมานฉันท์
กิจกรรมแข่งขันกีฬาปรองดองสมานฉันท์
ขอเชิญเข้าร่วมกิจกรรมหล่อเทียนพรรษา ประจำปี
กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงานให้บริการ ประจำปีงบประมาณ 2556
ร้านผลไม้ริมทาง
กิจกรรมประกวดหมู่บ้านปลอดลูกน้ำยุงลาย ประจำปี 2557 article
งานวันเด็กแห่งชาติปี 2557



องค์การบริหารส่วนตำบลตะปอน หมู่ที่ 5 ถนนสายขลุง - พลิ้ว ตำบลตะปอน อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี 22110 โทร.0 3942 6017 โทรสาร.0 3942 6018